ย่างพระบาทที่ยาตรา ผลพลอยได้จากหญ้าแฝก

รากหญ้าแฝก นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และนำไปปลูก เพื่อเป็นปราการป้องกันการชะล้างหน้าดินแล้ว ยังสามารถนำส่วนอื่นๆ ของแฝก ไปใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น กลุ่มแฝกหลวง ของกลุ่มแม่บ้านที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เกิดประโยชน์ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

ร้านน้องกอหญ้า ขายหญ้าแฝก และ รับปลูกหญ้าแฝก ทั่วไทย พร้อมบริการจัดส่งฟรี ถ้าเข้าเงื่อนไข

ลักษณะพิเศษของหญ้าแฝก

การที่หญ้าแฝกถูกนำมาใช้ปลูกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องมาจากมีลักษณะเด่นหลายประการ ดังนี้

1. มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง
2. มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก
3. หญ้าแฝกมีข้อที่ลำต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี
4. ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ทำให้ควบคุมการแพร่ขยายได้
5. มีใบยาว ตัดและแตกใหม่ง่าย แข็งแรงและทนต่อการย่อยสลาย
6. ระบบรากยาว สานกันแน่น และช่วยอุ้มน้ำ
7. บริเวณรากเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์
8. ปรับตัวกับสภาพต่าง ๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคพืชทั่วไป
9. ส่วนที่เจริญต่ำกว่าผิวดิน ช่วยให้อยู่รอดได้ดีในสภาพต่าง ๆ

หญ้าแฝก เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้าชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไปหลายพื้นที่ตามธรรมชาติ จากการสำรวจพบว่า มีกระจายอยู่ทั่วโลกประมาณ 12 ชนิด และสำรวจพบในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่
1. กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม ได้แก่ พันธุ์สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร 2 ศรีลังกา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ
2. กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกดอน ได้แก่ พันธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย เป็นต้น
หญ้าแฝกเป็นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอ หน่อเบียดกันแน่น ใบของหญ้าแฝกมีลักษณะ แคบยาว ขอบขนานปลายสอบแหลม ด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยที่สานกันแน่นยาว หยั่งลึกในดิน มีช่อดอกตั้ง ประกอบด้วยดอกขนาดเล็กดอกจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นหมัน

ความสำคัญของหญ้าแฝก

ผลกระทบที่เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของดินปัญหาส่วนใหญ่กิดจากผิวหน้าดินถูกชะล้างจากน้ำฝนที่ตกลงมาและน้ำที่ไหลบ่าหน้าดินเป็น
ปริมาณมากทำให้สูญเสียหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ไปกับน้ำและยังทำให้ดินไม่สามารถเก็บกักน้ำฝนได้อย่างเต็มที่ส่งผลให้พื้นที่ซึ่งเดิมเคยให้ผลผลิตทางการ
เกษตรกรรมสูงกลับให้ผลผลิตลดลงและบางครั้งยังเกิดดินถล่มซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตระหนัก
ถึงสภาพปัญหาและสาเหตุที่เกิดขึ้นและทรงเล็งเห็นศักยภาพของหญ้าแฝกซึ่งเป็นพืชที่จะช่วยการป้องกันชะล้างการพังทลายของดินและรักษาความชุ่มชื้นไว้ใน
ดินได้จึงทรงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝกเพื่อใช้ป้องกันและแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดินกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินงานตามโครงการ
พัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งแต่ปี 2534 จนถึงปัจจุบันโดยนำแนวทางพระราชดำริมากำหนดเป็นนโยบายมีงานวิจัยและ
พัฒนาการบริหารจัดการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้การนำหญ้าแฝกไปใช้ประโยชน์เกิดความสำฤทธิ์ผลโดยมีหมอดินอาสาเป็นเกษตรกรผู้นำใน
พื้นที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศจัดทำแปลงและช่วยเผยแพร่ผลงานหญ้าแฝก “ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดินฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรม ดำเนินการขยายพันธ์ ทำให้เกิดมีกล้าหญ้าแฝกเพียงพอด้วยที่สำคัญต้องไม่ลืมหน้าที่ของหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อการรักษาดิน ให้ทุกหน่วยงานและหน่วยงานราชการที่มีศักยภาพในการขยายพันธ์ให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตกล้าหญ้าแฝกและแจกจ่ายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้พอเพียง”
พระราชดำริเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546
2.ลักษณะของหญ้าแฝก
หญ้าแฝก (Votives grasss) เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้าชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไปหลายพื้นที่ตามธรรมชาติ มีชื่อสามัญว่า Vetiveria spp. ที่มีอยู่ในโลกประมาณ 12 ชนิด ในประเทศไทยสำรวจพบ 2 ชนิดด้วยกันได้แก่
1.กลุ่มพันธ์หญ้าแฝกลุ่ม (Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash) ได้แก่ สายพันธ์สุราษฏร์ธานี, กำแพงเพชร 2, ศรีลังกา, สงขลา 3 และพระราชทานเป็นต้น
2.กลุ่มพันธ์หญ้าแฝกดอน (Vetiveria nemorelis Balansa A. Camus ) ได้แก่สายพันธ์ราชบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ร้อยเอ็ด, กำแพงเพชร 1, นครสวรรค์
และเลย เป็นต้น
หญ้าแฝกเป็นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอ หน่อเบียดกันแน่น ใบของหญ้าแฝกมีลักษณะแคบยาว ขอบขนานปลายสอบแหลม ด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยที่สานกันแน่นยาว หยั่งลึกในดิน มีช่อดอกตั้ง ประกอบด้วยดอกขนาดเล็กดอกครึ่งหนึ่งของช่อดอกจะเป็นหมัน
3.ลักษณะพิเศษของหญ้าแฝก
1.มีการแตกหน่อรวมอยู่เป็นกอ ซึ่งสามารถกรองตะกอนดินได้ดี
2.ขยายพันธ์ได้ง่ายโดยใช้หน่อ ไม่จำกัดฤดูกาล
3.สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี
4.มีรากที่หยั่งลงดินได้ลึกและมีปริมาณรากหนาแน่นทำให้น้ำซึมลงไปในดินตามรากได้
5.รากมีเชื้อราไมครอไรซาอาศัยอยู่ทำให้สามารถตรึงไนโตรเจนได้ และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดอื่นๆ อาศัยอยู่มากมาย
6.มีความทนทานต่อการเผาไหม้ มีการแตกหน่อใหม่ทดแทนหน่อเก่า จึงมีอายุยืนหลายปี
7.ใบทนต่อการย่อยสลาย ใช้เป็นวัสดุคลุมดินหรือนำมามุงหลังคาได้
8.เมื่อนำมาปลูกเป็นแถวตามแนวอนุรักษ์จะอยู่เป็นแถวเป็นระเบียบ ไม่ระบาดเป็นวัชพืช
4.การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์หญ้าแฝก เพื่อให้ได้ปริมาณหน่อหญ้าแฝกมากเพียงพอสำหรับนำไปปลูกในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งสามารถทำได้โดยวิธีการต่างๆ ได้แก่
1.การขยายแม่พันธุ์
1.1การปลูกหญ้าแฝกในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ โดยการปลูกแม่พันธุ์ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ (5*11 นิ้ว) ที่ใส่วัสดุเพาะชำ สำหรับใช้แจกให้นำไปขยายพันธุ์
1.2การปลูกแม่พันธุ์ในปลงขยายพันธุ์ขนาดใหญ่ โดยใช้ระยะปลูก 25*50 เซนติเมตร หรือ 50*50 เซนติเมตร เมื่อกอหญ้าแฝกมีการแตกหน่อเพียงพอจึงขุดแยกนำไปเพาะชำ
2.การขยายกล้าหญ้าแฝก
2.1กล้าหญ้าแฝกในถุงพลาสติกขนาดเล็ก นำหน่อจากแปลงแม่พันธุ์มาทำการขยายพันธุ์ปลูกในถึงพลาสติก ขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว ซึ่งเหมาะสำหรับนำไปปลูกลงดินหรือในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ
2.2การขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกแบบรากเปลือย กล้าหญ้าแฝกแบบรากเปลือยเป็นการเตรียมกล้าโดยการขุดแยกหน่อจากกอหญ้าแฝกตัดใบให้สั้น 20
เซนติเมตร ตัดรากให้สั้นและจัด รวมเป็นมัด นำไปกระตุ้นรากด้วยการแช่น้ำหรือวางบนขุยมะพร้าวที่มีความชุ่มชื้น เพื่อให้รากใหม่งอกออกมาแล้วจึงนำไปปลูกในช่วงฤดุฝนหรือในขณะที่พื้นดินมีความชุ่มชื้น
5.การปลูก
1.การกำจัดวัชพืช และเตรียมดิน
2.การปลูกหญ้าแฝกในช่วงฤดูฝน พืชที่ปลูกต้องมีความชุ่มชื้น
3.การเตรียมแนวร่องปลูก โดยการวางแนวร่องปลูกขวางความลาดชันตามแนวระดับขนานไปตามสภาพพื้นดิน
4.การใส่ปุ๋ยหมักรองกันหลุมในแนวร่องปลูกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน
5.การปลูกกล้าหญ้าแฝกในแปลงปลูกโดยการใช้กล้าเพาะถุงขนาดเล็กใช้ระยะปลูก 10 เซนติเมตรหรือกล้ารากเปลือยใช้ระยะปลูก 5 เซนติเมตร
6.ความห่างของแนวหญ้าแฝก แต่ละแถวขึ้นกับความลาดเทของพื้นที่และชนิดของพืชที่ปลูก โดยขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ แต่โดยทั่วไปจะใช้ระยะห่างทางแนวดิ่ง 1.5 – 3 เมตร
7. กลบดินในร่องปลูกให้ต่ำกว่าระดับผิวดินปกติ เพื่อให้น้ำขัง และซึงลงดินได้ ช่วยให้ดินชุ่มชื้นขึ้น
8. ควรปลูกซ่อมแซมให้ได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่เป็นแนวยาวต่อเนื่อง
6.การจัดการดูแลรักษา
1.การคัดเลือกกล้าที่มีคุณภาพ กล้าหญ้าแฝกที่มีคุณภาพโดยทั่วไปเป็นหญ้าที่มีอายุ 45 – 60 วันเมื่อนำกล้าที่แข็งแรงมาปลูกก็จะได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่มีการเจริญเติบโตแฃ็งแรงอย่างสม่ำเสมอ
2.การเลือกช่วงเวลาปลูก การปลูกหญ้าแฝกในช่วงต้นฤดูฝนจะเหมาะสมที่สุด สภาพจของดินที่ปลูกในช่วงต้ฤดูฝนจะมีความชุ่มชื้นสูงติดต่อกันมาก
กว่า 15 วันขึ้นไป
3.การตัดใบ ในช่วงต้นฤดูฝนให้ตัดใบหญ้าแฝกให้สั้นสูงจากพื้นผิว 5 เซนติเมตรพื่อให้เกิดการแตกหน่อใหม่และกำจัดหน่อแก่ที่แห้งตายในช่วงกลางฤดูฝนให้เกี่ยวใบสูงไม่ต่ำกว่า 45 เซนติเมตรเพื่อให้มีแนวก่อที่หนาแน่นในการรับแรงปะทะของน้ำไหลบ่าและในช่วงปลายฤดูฝนเกี่ยวใบให้สั้น 5 เซนติเมตรอีครั้งพื้นให้หญ้าแฝกแตกใบเขียวในฤดูแล้ง
4.การดูแลรักษาตามความเหมาะสม ในต้นฤดูฝนให้ใส่ปุ๋ยหมักแก่แนวรั้วหญ้าแฝกก็จะเป็นการช่วยให้หญ้าแฝกมีการเจริญเติบโตดีขึ้นและถางกำจัดวัชพืชข้างแนวจะเป็นช่วยให้สังเกตแนวหญ้าแฝก
ได้ชัดเจนช่วยให้หญ้าแฝกเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่และเพี่อป้องกันการไถแนวทิ้งเนื่องจากสังเกตไม่เห็น
5.การปลูกซ่อมและแยกหน่อแก่ออก การปลูกซ่อมแซมในช่วงฤดูฝนก็จะทำให้ได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่แข็งแรงและควรตัดแยกหน่อแก่ที่ออกดอกหรือแห้งอกไปเพื่อจะให้หน่อใหม่ได่แทรกขึ้นมา
ได้อย่างเต็มที่
7.พื้นที่ปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำพื้นที่ลาดชัน
การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ภูเขาช่วยฟื้นฟูให้ดินในพื้นที่ป่าไม้มีความอุมสมบูรณ์ ขึ้นเกาะยึดดินให้หมั่นคงและทำให้ดินกักเก็นน้ำไว้บรรเทาความรุนแรงจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่และไม้ผล
การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย หรือไม้ผล ทำให้ช่วยเพิ่มผลผลิตพืชเนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์และความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นพื้นที่ราบ
การปลูกหญ้าแฝก ที่ทำการเกษตรจะช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ และยังใช้เป็นวัสดุคุมดินได้พื้นที่ลุ่มที่ปรับสภาพใช้ปลูกพืชในพื้นที่ลุ่มที่มีการยกร่องเพื่อใช้ปลูก
พืช การปูลกหญ้าแฝกจะช่วยรักษาให้ร่องปลูกไม่พังทลาย ช่วยลดค่าใช่จ่ายในการขุดลอกร่องสวนพื้นที่แหล่งน้ำและพื้นที่อื่น ๆ
การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ขอบแห่ลงน้ำเพื่อชาวยรักษาความมั่นคงให้แก่ขอบตลิ่งแหล่งน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ อ่างเก็บน้ำ คลองแม่น้ำ การปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยรักษาความมั่นคงให้กับขอบทางลำเลียงในไร่นา ขอบถนนลาดดินตัดและดินถม

เรา ขายหญ้าแฝก ให้คุณในราคาถูก

การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลุ่มน้ำ

ในสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วย พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่
มักมีปัญหาเกี่ยวกับ การสูญเสียดิน และมีการไหลบ่าของน้ำฝน ดังนั้นการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาหน้าดิน
และความชุ่มชื้นในดิน จึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและ
ต้นทุนต่ำ เกษตรกรสามารถทำได้เอง

หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีระบบรากยาว หยั่งลึก แพร่กระจายเป็นลักษณะตาข่ายลงไปในดินอายุยืน
และไม่ต้องดูแลมาก สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี ก่อนนำไปปลูกควรมีการขยายพันธุ์
หญ้าแฝกเพื่อเพิ่มปริมาณกล้าหญ้าแฝก เช่น การเพาะชำในถุงพลาสติก การเพาะชำแบบใช้ถาดหลุม
การเพาะชำแบบแผง การเพาะชำในแปลงขนาดเล็ก และ การเพาะชำในแปลงขนาดใหญ่

รูปแบบการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลุ่มน้ำ ในพื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำ การปลูกหญ้าแฝก
ก็จะปลูกแทน คันดินเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกเพื่อควบคุมร่องน้ำ และการกระจายของน้ำ และปลูกในพื้นที่เกษตรเช่น สวนไม้ผลเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และปลูกร่วมในแปลงพืชไร่

สำหรับพื้นที่ปลายน้ำการปลูกเพื่อลดการพังทลายของ ตลิ่ง คลอง หรือสระน้ำ ตลอดจน
เส้นทางลำเลียงต่าง ๆ

เรา ขายหญ้าแฝก ให้คุณในราคาถูก

เคล็ดลับวิธีการปลูกหญ้าแฝก

วิธีการปลูก
– เริ่มจากการขยายพันธุ์ ด้วยการนำเหง้าหญ้าแฝกที่ปลูกแล้วออกมาปลูก ระยะห่างในการปลูกประมาณ 50 เซนติเมตร
– หลังจากนั้นให้ทำการรดน้ำเดือนละ 1 ครั้ง และทำการฉีดน้ำหมักมูลสุกร+น้ำหมักฮอร์โมนผลไม้ ทุกๆ 4 เดือน
– ทำการปลูกไว้ประมาณ 8 เดือน ก็จะได้หญ้าแฝกกอละประมาณ 25 เหง้า ก็สามารถนำไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้

ประโยชน์
– การปลูกหญ้าแฝก จะเป็นการอนุรักษ์หน้าดินและน้ำ
– รากของหญ้าแฝกสามารถระเบิดดินดานได้ และจะปรับสภาพพื้นที่ให้ดีขึ้น

หมายเหตุ
– ใบหญ้าแฝก สามารถนำไปสานหมวกและตระกร้าได้

การแก้ปัญหาดินดานด้วยการปลูกหญ้าแฝก

สนใจสอบถามเรื่องหญ้าแฝกกับเราได้ตลอดเวลา เพราะเราเป็นคน ขายหญ้าแฝก โดยเฉพาะ

การเสื่อมโทรมและการพังทลายของดินเกิดจากปัจจัยหลายประการ นับตั้งแต่การถูกกัดเซาะของผิวหน้าดินจากฝนที่ตกลงมา หรือน้ำที่ไหลบ่าเป็นจำนวนมากจนทำให้หน้าดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์  น้ำฝนและน้ำที่ไหลบ่าจะก่อให้เกิดปัญหาดินพังทลาย สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ทางการเกษตรกรรมทำให้ผลผลิตลดลง แม้จะเป็นพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนมากเพียงพอตลอดช่วงการเพาะปลูกก็ตาม ที่สำคัญทำให้พื้นดินไม่สามารถเก็บกักน้ำฝนได้เต็มที่เนื่องจากไม่มีสิ่งใดมาชะลอกั้นไว้ นอกจากจะทำให้เกิดการพังทลายของหน้าดินแล้ว ยังทำให้พื้นดินขาดความชุ่มชื้นไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ในผืนดินได้

ดินดาน คือ ชั้นดินรวมทั้งอินทรียวัตถุต่าง ๆ ในดินที่เกิดการสะสมตัวจนอัดแน่น    ดินที่มีการบดทับอัดแน่นเป็นระยะเวลานานหลาย ๆ ปีนั้น ความโปร่งพรุนของดินก็จะลดน้อยลงจนเกิดเป็นชั้นดินดานหรือเป็นชั้นดินที่มีสารเชื่อมอนุภาคของดินมาจับตัวกันแน่นทึบและแข็ง เป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช ตลอดจนการไหลผ่านของน้ำและอากาศ เกิดปัญหาในการเพาะปลูกตามมา คือ น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างได้น้อยลง ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นไม่ให้ความชื้นที่อยู่ด้านล่างผ่านขึ้นมายังรากพืช ทำให้พืชขาดน้ำและอากาศ ยืนต้นตายในที่สุด

ฉะนั้นจึงมีความสำคัญสำหรับดินที่เป็นดินดานในการปรับสภาพดิน ก่อนการใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูก อย่างในโครงการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี และตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี โดยการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขนานความลาดเทในดินที่เสื่อมโทรมจากการถูกชะล้างของผิวหน้าดิน จนกระทั่งเกิดความแห้งแล้งและมีผิวหน้าดินแข็ง ขาดพืชพรรณธรรมชาติปกคลุม การปลูกหญ้าแฝกแบบนี้จะช่วยชะลอความเร็วของน้ำไหลบ่า ทำให้น้ำซึมลงดินได้ลึกเกิดความชุ่มชื้นต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้ในเวลาต่อมาหรือที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ซึ่งมีทรายแข็ง ดินเหนียว หินปูนและแร่ธาตุต่าง ๆ

รวมตัวกันเป็นแผ่นแข็งคล้ายหิน ยากที่พืชชั้น สูงจะเจริญเติบโต เมื่อทำการปลูกหญ้าแฝกในดินดานพบว่า รากหญ้าแฝกสามารถหยั่งลึกลงไปในเนื้อดินดานทำให้ดินแตกร่วนขึ้น สำหรับหน้าดินจะมีความชื้นเพิ่มขึ้นในแนวของหญ้าแฝกสามารถปลูกพันธุ์ไม้ได้หลายชนิด เช่น กระถินเทพา สะเดา ประดู่ ฯลฯ เมื่อมีการปลูกหญ้าแฝกร่วมกับไม้ผลรากของหญ้าแฝกสามารถหยั่งลงในดินดาน เป็นการสลายดินล่วงหน้าก่อนที่รากไม้ผลจะหยั่งลึกลงไปถึง

หญ้าแฝก มีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ หญ้าแฝกดอนและหญ้าแฝกหอม เป็นพืชที่มีอายุ ได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น มีใบรูปขอบขนานแคบปลายสอบแหลมยาว 35-80 เซนติเมตร มีส่วนกว้างประมาณ 5-9 มิลลิเมตร สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อจากส่วนลำต้นใต้ดินหรือแบบอาศัยเพศโดยการให้ดอกและเมล็ดได้เช่นกัน ช่อดอกที่พบในประเทศไทยสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร แต่การขยายพันธุ์โดยดอกและเมล็ดเป็นไปค่อนข้างยาก หญ้าแฝกจึงไม่ใช่วัชพืชเช่นหญ้าคา

ปกติหญ้าแฝกจะมีการขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็วโดยการแตกหน่อจากลำต้นใต้ดิน นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่า หญ้าแฝกในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อแขนงดังกล่าวมีการเจริญเติบโตจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น ทำให้หญ้าแฝกโน้มลงดินและสามารถเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝกใหม่ได้อีกด้วย.